 |
|
| Q1 : จะมาใช้บริการให้คำปรึกษาดีหรือไม่? |
จะด้วยความไม่คุ้นเคยหรืออาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมของคนไทยเราก็ดี การให้คำปรึกษา
ดูเหมือนจะไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก อาจเป็นเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นข้อกังขาสำหรับ ตัวคุณและคนอีกหลายๆ คนอยู่ว่าจะตัดสินใจมาใช้บริการนี้ดีหรือไม่.. การมาใช้บริการในการ ปรึกษา เป็นการพูดคุยที่จะหาต้นตอ สาเหตุ และการแก้ไข |
|
| Q2 : จำเป็นแค่ไหน ถึงจะมาใช้บริการให้คำปรึกษาได้? |
โดยทั่วไปแล้วคนเราจะแสวงหาการให้คำปรึกษาหรือถูกส่งมาให้เข้ารับการให้คำปรึกษาด้วย
เหตุผลหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ความเจ็บปวดในอดีต,อาการซึมเศร้า,การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ , การพัฒนาทักษะทางสังคม, การจัดการกับความโกรธ, วิกฤติในชีวิต, การเลิกเหล้า การจัดการกับ
ความเครียด, ขอคำแนะนำการเลี้ยงบุตร ฯลฯ |
|
| Q3 : ถ้าจะมาใช้บริการต้องทำอย่างไรบ้าง? |
ก่อนการมาใช้บริการให้คำปรึกษา คุณต้องมีเป้าหมายว่าสิ่งที่คาดหวังคืออะไร คุณจะต้องบอก
ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นจริง เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี คุณสามารถเข้าไปดูใน รายละเอียดการให้คำปรึกษารายบุคคล |
|
| Q4 : ทำไมต้องมาปรึกษาเรื่องของฉันกับใครก็ไม่รู้? |
โดยปกติ คนเรามักปรึกษาเรื่องราวต่างๆ กับคนใกล้ชิด คนในครอบครัวหรือเพื่อน ซึ่งเป็นการ ให้คำปรึกษาที่ผู้ไปปรึกษาจะรู้สึกปลอดภัย และไว้วางใจที่จะเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ มากกว่า อย่างไร
ก็ตาม การให้คำปรึกษากับผู้ให้คำปรึกษานักวิชาชีพ ย่อมมีข้อดีที่ได้เปรียบมากกว่า การให้คำปรึกษาตาม
ปกติธรรมดา
เพราะจะสามารถวิเคราะห์ถึงปัญหาได้และหาทางออกได้ เป็นขั้นเป็นตอน และแนะนำ
วิธีการแก้ปัญหา เพื่อคุณเองสามารถแก้ไขต่างๆ ได้ด้วยตนเอง |
|
| Q5 : ฉันเป็นบ้าหรือเปล่า ถึงต้องมาใช้บริการ? |
คุณอาจจะเคยได้ยินบางคนกล่าวอยู่เสมอว่า ผู้ที่มาใช้บริการให้คำปรึกษานั้นเป็นคนบ้าหรือ คนโรคจิต หรืออาจจะเคยได้ยินคำเตือนว่า ระวังจะกลายเป็นบ้าหากไปใช้บริการให้คำปรึกษา คำถาม ในทำนองนี้มักจะทำให้คนเราไม่กล้าที่จะไปรับคำปรึกษา คุณอาจจะลองเปิดมุมมอง ใหม่และรับข้อมูลใหม่ๆ จากเราเพื่อจะได้เห็นภาพและประโยชน์จากการให้คำปรึกษา
เป็นเรื่องจริงที่ผู้คนจำนวนหนึ่งจำต้องมารับบริการให้คำปรึกษาหรือทำจิตบำบัดเนื่องจากมี ความผิดปกติทางจิตใจหรือมีพยาธิสภาพทางจิต ซึ่งคนทั่วไปมักจะใช้ภาษาพูดว่า "เป็นบ้า" แต่ศาสตร์
การให้คำปรึกษานั้นไม่ได้มีประโยชน์จำกัดเฉพาะกับผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต แต่ยัง เป็นศาสตร์ที่
สามารถช่วยเหลือผู้คนที่ไม่ได้มีความผิดปกติทางจิต เสริมสร้างให้มีคุณภาพชีวิต และสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
ได้อีกด้วย อย่างเช่น การให้คำปรึกษาเพื่อหาทางช่วยเหลือและจัดการกับ ความเครียดจากการทำงาน "ความเครียด" นั้นเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ใช่อาการบ้าหรือความผิดปกติแต่อย่างใด ยิ่งเป็นความเครียดจากการทำงานก็ถือว่าเป็นเรื่องทั่วไป ที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงาน ซึ่งบางคนมีวิธี
การผ่อนคลายและรับมือกับความเครียดได้ดี ในขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งสามารถรับมือกับความเครียด
อย่างยากลำบาก หรือกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติใน ชีวิตซึ่งกรณีนี้การให้คำปรึกษาสามารถช่วยเหลือ ให้คนทำงานเหล่านี้มีทักษะในการรับมือ |
|
| Q6 : นี่ฉันอับจนหนทางถึงต้องมาใช้บริการแล้วหรือ? |
คนเราเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น มักมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการขอความช่วยเหลือ และมาใช้บริการ
ให้คำปรึกษาไม่เหมือนกัน บางคนมักคิดว่า "ปัญหาแค่นี้ ทำไมถึงหาทางออกเองไม่ได้ หากไปขอ
ความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ยิ่งจะกลายเป็นคนอ่อนแอ พึ่งตัวเองไม่ได้ สู้จัดการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
ต่อไปดีกว่าเพราะเราเองก็ไม่ได้อับจนหนทางขนาดนั้นสักหน่อย" บางคนก็คิดว่า "ฉันมีปัญหาแต่ฉัน
ไม่ได้เป็นคนก่อ ทำไมต้องไปรับคำปรึกษา ตัวต้นเหตุของปัญหาต่างหากที่ ต้องเป็นคนไปรับคำ
ปรึกษา.."
หากคุณเป็นใครคนใดคนหนึ่งที่คิดกับตนเองในลักษณะนี้ก็อย่าพึ่งหลีกหนีหรือปฏิเสธทาง
เลือกในการมาใช้บริการให้คำปรึกษาแน่นอนว่าเป็นสิทธิของตัวคุณว่าจะมาใช้บริการให้คำปรึกษา
หรือไม่แต่ถ้าหากคุณกลัวว่าการมาใช้บริการจะเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความอ่อนแอและไม่
สามารถพึ่งพาตนเองได้ ประสบการณ์ของคนหลายคนก็ สามารถชี้ให้เห็นได้ว่าไม่เป็น เช่นนั้นผู้ให้
คำปรึกษาพบว่าตัวผู้มาใช้บริการเองมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้อยู่ในตัวเสมอและการที่
ตัวผู้มาใช้บริการเองพยายามแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก็เป็นแนวโน้มที่ดีต่อการให้คำ
ปรึกษารวมถึงเป็นสิทธิของเขาเองด้วยที่จะพยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อนเพียงแต่มนุษย์มักมี
ข้อจำกัดในตัวเองอยู่ในบางด้านของชีวิตซึ่งมักจะเป็นด้านที่มนุษย์ผู้นั้นขาดความรู้และประสบการณ์
ที่จะจัดการการกับสิ่งเหล่านั้นได้เพียงลำพังกระบวนการช่วยเหลือซึ่งกันและในระบบสังคมของ
มนุษย์จึงเป็นทางออกที่ดีที่ สามารถเกื้อกูลและขัดเกลาซึ่งกันและกันได้ หากมนุษย์ผู้นั้นสามารถเล็ง
เห็นว่าการขอความ ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา ก็เป็น ทางเลือกในการ พัฒนาตนเอง ให้แข็งแกร่งไม่ใช่การแสดงออกถึงความอ่อนแอ แต่เป็นการเปิดโอกาส
ให้ตนเองที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ดังนั้นเมื่อคุณพบว่าคุณมีปัญหา และต้องการความช่วยเหลือ คุณก็ไม่ ได้เป็นคนอับจนหนทางแต่คุณกลับ กลายเป็นผู้กล้าหาญที่ยอมเผชิญหน้ากับข้อจำกัดของตนเองและ พร้อมที่จะให้คนอื่นช่วยพยุงคุณขึ้นและเดินฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปด้วยกัน |
Top
|
| Q7 : มารับคำปรึกษาแล้ว จะช่วยได้จริงหรือ? |
หลายคนที่กังวลว่าการให้คำปรึกษาจะได้ผลหรือไม่เนื่องจากมุมมองของคนส่วนหนึ่งที่ไม่คุ้น
เคยกับการให้คำปรึกษาอาจคิดว่ากระบวนการให้คำปรึกษาเป็นการระบายความรู้สึกอัดอั้นออกมาซึ่ง
เป็นกระบวนการช่วยเหลือทางจิตใจแต่ไม่ได้จัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังบางคนคิดว่าการ ให้คำปรึกษาเป็นเพียงขั้นตอนที่เสียเวลาและไร้สาระเป็นแค่การรื้อฟื้นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถแก้
ไขอะไรได้หากคุณมีความคิดแบบนี้เราอยากให้คุณมาลองพิจารณาว่าการให้คำปรึกษาสามารถช่วยคุณ
ได้อย่างแท้จริงแค่ไหนจริงอยู่การให้คำปรึกษาเป็นกระบวนการช่วยเหลือทางจิตใจที่สามารถช่วยให้ คุณได้ระบายถึงความอัดอั้นต้นใจ ความรู้สึกไม่สบายใจ กังวลใจของคุณออกมา
เพื่อเป็นการช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นแต่นั่นเป็นเพียงประโยชน์ในเบื้องต้น เพราะประโยชน์จริงๆ ของการให้คำปรึกษานั้นไม่ได้มุ่งให้เกิดความสบายใจเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งให้เกิดการเยียวยารักษา บาดแผลลึกในจิตใจที่แอบแฝงอยู่ ปรับทัศนคติของตนเองต่อสิ่งต่างๆ อย่างสมเหตุสมผลและตรงตาม
ความเป็นจริงช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ ให้มั่นคงและเหมาะสมยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้
เกิดปัญหา และจัดการกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด ดังนั้น การที่คุณจะรู้สึกสบายใจเมื่อ
มาพบผู้ให้ คำปรึกษาก็ย่อมเป็นเรื่องดีเพราะหมายความว่าคุณได้รับประโยชน์เบื้องต้นแล้ว แต่การที่
คุณจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ปัญหาได้อย่างเต็มที่นั้น คุณต้องผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนทางด้าน พฤติกรรมอารมณ์ ความคิด จนกระทั่งได้รักษาบาดแผลทางจิตใจของคุณซึ่งเป็นแกนของปัญหา จึงจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ซึ่ง กว่าจะเกิดผลลัพธ์ในขั้นนั้นได้ ย่อมมีปัจจัยมากมายหลายอย่างที่ผลและเอื้อให้เกิดการแก้ไขในระดับ นั้นได้
อย่างไรก็ตาม บางคนเคยมารับคำปรึกษาแล้วในช่วงที่ต้องถูกซักถามเรื่องราว ต่างๆ ต้องบอก เล่าถึงความรู้สึกของตนเองหรือเรื่องราวปัญหาให้ผู้อื่นฟังทำให้ต้องพูดถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมาซึ่ง จะทำให้รู้สึกกระตุ้นความเจ็บปวดอีกครั้ง และเบื่อหน่ายเมื่อต้องพูดซ้ำอีก แต่กระบวนการนี้ก็ยังเป็น
สิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่ เพียงแต่จุดประสงค์ของมันไม่ใช่การขุดคุ้ยให้มันเจ็บปวดขึ้นอีก แต่จุดประสงค์
คือจะสามารถทำให้บาดแผลลึกในจิตใจของคุณได้หายเมื่อจบในกระบวนการนี้ บางครั้งปัญหา ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นและอดทนกับ มัน ยอมที่จะเจ็บปวดอีกครั้งเพื่อที่
จะหายดี คุณจะ พบ ว่า การให้คำปรึกษานี้เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ และเสริมสร้างพลังให้คุณสามารถแก้
ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณได้อย่างแท้จริง |
Top
|
| Q8 : จะติดต่อสอบถามข้อมูลหรือนัดหมายจะทำอย่างไร? |
หากคุณอยากจะสอบถามข้อมูลบางประการหรือต้องการทำนัดหมายเพื่อขอใช้บริการในการให้ คำปรึกษาหรือต้องการทราบค่าใช้จ่ายในการใช้บริการก่อน เพื่อเตรียมตัวหรือตัดสินใจ คุณก็สามารถ โทรมาได้ที่ 02-275-5725 ในช่วงเวลา 08.00-17.00 น. หรือ 081-692-298, 081-937-0440การขอทำนัด หมายเพื่อมาพบกับผู้ให้คำปรึกษาจะช่วยให้คุณได้เข้าใจมากขึ้นว่าคุณต้องการอะไรจากการมารับ บริการและเราสามารถแนะนำการบริการที่เหมาะสมกับคุณ ให้คุณได้รับความสะดวกสบายใจมากที่สุด
หมายเหตุ : ในกรณีที่คุณเป็นบุคลากรในโครงการ EAP สามารถติดต่อทำนัดได้ผ่านหมายเลข Hotline ที่ให้บริการอยู่ |
Top
|
| Q9 : ถ้าจะเลื่อนนัดหรือยกเลิกนัดจะทำอย่างไร? |
ในกรณีที่คุณไม่สามารถมาได้ตามนัดหมายท่านสามารถโทรมาเพื่อขอเลื่อนหรือยกเลิกนัดได้
โดยสามารถโทรแจ้งล่วงหน้าก่อน 1 วัน คุณสามารถติดต่อกลับมาเพื่อขอทำนัดหมายใหม่อีกหรือนัด
ให้ผู้ให้คำปรึกษาโทรกลับไปหาเพื่อขอทำนัดหมายอีกครั้งก็ได้แล้วแต่คุณจะสะดวก |
|
|